Development activity Of citizen Forum  
  HOME ::
   
 

การสร้างโมเดลหรือแบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศ


          การสร้างโมเดลหรือแบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศคือแบบจำลองความสูง-ต่ำของพื้นที่โดยจำลองเส้นชั้นความสูงจากแผนภูมิประเทศลงบนแผ่นกระดาษแข็งแล้วนำไปประกอบเป็นแบบจำลองพื้นที่สภาพภูมิประเทศนอกเหนือจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมแล้วภาพถ่ายทางอากาศแล้ว แบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่มีบทบาทในการสร้างความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับลักษณะสภาพภูมิประเทศของพื้นที่ศึกษาได้อย่างชัดเจน โดยที่แบบจำลองจะมีลักษณะเป็นสามมิติ สามารถมองเห็นได้ทั้งความกว้าง ยาว สูง และต่ำ ของพื้นที่ และสามารถปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้ เช่น ท่าน้ำ ถนน เป็นต้น ข้อดีอีกข้อหนึ่งของแบบจำลองคือ เป็นการช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันของในพื้นที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับรู้สภาพภูมิประเทศในพื้นที่ศึกษาซึ่งสามารถนำไป สู่กระบวนการวิเคราะห์พื้นที่และตัวแบบจำลองเองนั้นยังเป็นเสมือนตัวแทนของแบบภาพรวมลุ่มน้ำได้อีกด้วย
          อย่างไรก็ตาม ข้อควรคำนึงของการสร้างแบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศ คือ ต้องตรวจสอบความถูกต้องจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากแผนภูมิประเทศ คือ ต้องตรวจสอบความถูกต้อง จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากแผนที่ภูมิประเทศ 1 : 50,000 เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม , ภาพถ่ายทางอากาศ , การเดินสำรวจ และข้อมูลทางราชการ นอกจากนั้นยังต้องการผู้สร้างแบบจำลองจำนวนมากและใช้เวลาในการสร้างนาน เนื่องจากเป็นงานที่ต้องการใช้ทั้งความรู้และแรงงาน  
          การสร้างโมเดล เป็นอีกชุดหนึ่งในการพัฒนาระบบข้อมูล ของขบวนการประชาชนโดยเฉพาะข้อมูลด้านภูมิศาสตร์การใช้ทรัพยากร การลด การเพิ่ม หรือการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญใดๆ ในผืนป่า ในผืนดิน ในรูปทรงทางธรรมชาติ ซึ่งชุมชนหรือขบวนการประชาชนสามารถนำมาสื่อสารให้เกิดความเข้าใจต่อสังคม
สรุปข้อดีของการทำแบบจำลอง 
          เกิดความรู้ความเข้าใจในการสร้างแบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศเกิดความรู้ความเข้าใจในภาพรวมของภูมิประเทศของพื้นที่ และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการสร้างแบบจำลองไว้ใช้วิเคราะห์ปัญหาพื้นที่ร่วมกัน

 
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแผนที่

แผนที่คืออะไร?
          แผนที่ คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อแสดงลักษณะของพื้นผิวพิภพ และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวพิภพ  ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยการจำลองสิ่งเหล่านั้น ไว้บนแผ่นวัสดุที่เลือกสรรแล้วด้วยการย่อให้มีขนาดเล็กลงตามอัตราส่วนที่พึงประสงค์ให้คงรักษา
รูปร่างลักษณะที่คล้ายของจริงไว้โดยการใช้สัญลักษณ์ทดแทน

ชนิดของแผนที่
     
แบ่งตามลักษณะของรายละเอียดที่ปรากฏให้เห็นบนแผ่นแผนที่
      แบ่งตามขนาดมาตราส่วน
      แบ่งตามลักษณะการใช้งาน
      แบ่งตามมาตรฐานของสมาคมแผนที่ระหว่างประเทศ
ชนิดของแผนที่แบ่งตามขนาดมาตราส่วน
       
       ก.แบ่งตามมาตราส่วนสำหรับนักภูมิศาสตร์

      แผนที่มาตราส่วนเล็ก 
           มีขนาดมาตราส่วนเล็กกว่า 1:1,000,000
      แผนที่มาตราส่วนปานกลาง
           มีมาตราส่วนตั้งแต่ 1:250,000  ถึง 1:1,000,000
      แผนที่มาตราส่วนใหญ่
           มีมาตราส่วนใหญ่กว่า 1:250,000
      ข. แบ่งตามมาตราส่วนสำหรับนักการทหาร
      แผนที่มาตราส่วนเล็ก 
           มีมาตราส่วนตั้งแต่ 1:600,000 ลงไป
      แผนที่มาตราส่วนกลาง
           มีมาตราส่วนใหญ่กว่า 1:600,000 แต่เล็กกว่า 1:75,000
      แผนที่มาตราส่วนใหญ่
           มีมาตราส่วนตั้งแต่ 1:75,000 ขึ้นไป (แผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000 )

 

องค์ประกอบของแผนที่ภูมิประเทศ
1. มาตราส่วนแผนที่ (Map Scale)

เป็นข้อมูลที่ผู้ผลิตแผนที่แสดงไว้บนแผนที่ เพื่อให้ผู้ใช้แผนที่ได้ทราบว่าแผนที่ชุดนั้นได้ทำการย่อขนาดมาจากภูมิประเทศจริงในอัตราส่วนเท่าใด ตัวอย่างเช่น 1: 50,000 คือ 1 cm. ในแผนที่จะเท่ากับ 50,000 cm. หรือ 500 m. ในระยะทางจริง

 
2. คำอธิบายสัญลักษณ์ (Legend)
ประกอบด้วยตัวอย่างของสัญลักษณ์ที่ใช้ทดแทน รายละเอียดที่แสดงไว้บนแผนที่ พร้อมด้วยคำอธิบายความ หมายของสัญลักษณ์นั้นๆ
 
3. ทิศเหนือ (North arrow)
เป็นภาพที่แสดงให้ทราบถึงแนวทิศเหนือของแผนที่ ซึ่งจะชี้ขึ้นไปในด้านบนของแผนที่เสมอ
 

4. ชื่อระวาง (Sheet name)
เป็นชื่อของแผนที่แผ่นหรือระวางนั้น ซึ่งปกติจะนำรายละเอียดที่สำคัญและเด่นที่สุดในแผนที่ระวางนั้นมาตั้งเป็นชื่อระวาง โดยอาจจะเป็นชื่อแหล่งชุมชนที่ใหญ่ที่สุด หรืออาจจะ เป็นภูเขา ห้วย หนอง คลองบึง ฯลฯ

 
5. เลขหมายระวาง (Sheet number)
แผนที่แต่ละระวางจะมีเลขหมายซึ่งกำหนดขึ้นตาม ระบบที่วางระเบียบไว้โดยแน่นอน เพื่อความสะดวกในการอ้างอิงหรือการค้นหาแผนที่ในระวางที่ต้องการ
 
 

6. สารบาญต่างๆ (Indexes)
       ก) สารบาญระวางติดต่อ
       ทำให้ทราบว่ามีแผนที่ระวางเท่าใดที่อยู่โดยรอบ

 
 

       ข) สารบาญแสดงเขตการปกครอง
       ทำให้ทราบว่าแผนที่แผ่นนั้นๆ อยู่ในเขตการปกครองของประเทศ จังหวัดหรืออำเภอใด

 
 
       ค) คำแนะนำเกี่ยวกับความสูง
       เป็นภาพที่แสดงให้ทราบถึงระดับความสูงในภาพรวม ของพื้นที่ต่างๆ ภายในแผนที่ระวางนั้นๆ
 

ระบบพิกัดบนแผนที่
ระบบอ้างอิงในการกำหนดตำแหน่ง (Position Reference Systems)
          ก) พิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinates)
          ข) พิกัดกริด (Grid Coordinates)

 

ก) พิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinates)
เป็นระบบอ้างอิงบนพื้นผิวพิภพโดยตำแหน่งของจุดใดๆ บนพื้นผิวพิภพสามารถกำหนดได้ด้วยค่าละติจูด (Latitude) หรือเส้นแวง  และลองจิจูด (Longitude) หรือเส้นรุ้ง  ซึ่งทั้งสองค่านี้มีหน่วยเป็นมุม กำหนดเป็น องศา (?)  ลิปดา (')  และฟิลิปดา (") 

ข) พิกัดกริด (Grid Coordinate)
เป็นระบบพิกัดตารางสี่เหลี่ยมประกอบด้วยเส้นตรง 2 ชุด คือ เส้นตรงแนวนอน (แกน X) และแนวตั้ง (แกน Y)  ซึ่งจะตัดกัน เป็นสี่เหลี่ยมมุมฉากเรียกว่า “เส้นกริด”แต่ละเส้นจะมีตัวเลขแสดงค่าพิกัดกริดกำ กับอยู่ ซึ่งจะเริ่มนับจากจุดศูนย์กำเนิด ระบบพิกัด กริดที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ  พิกัดกริด UTM ที่ประเทศไทยก็ใช้ระบบพิกัดนี้เช่นกันการระบุค่าพิกัดจะ ระบุได้ด้วยตัวเลข 2 ชุด คือ แกน X แทนค่าตามทิศตะวันออก- ตก  แกน Y แทนค่าตามทิศเหนือ-ใต้


 

 

วิธีการกำหนดตำแหน่งในแผนที่
          ในแผนที่ภูมิประเทศที่มีมาตราส่วน 1 : 50,000  จะมีตารางกริดลากผ่านพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งแผนที่ ซึ่งใน 1 กริด จะมีความยาวบนแผนที่ด้านละ 2 cm. แทนความยาวจาก พื้นที่ 1 km. หรือ 1 กริดจะแทนพื้นที่ 1 ตร.กม. นั่นเอง

 

การอ่านค่าพิกัดต้องทำการเริ่มอ่านค่าจากเส้นกริดในแนวนอนแล้วจึงค่อยทำการอ่านค่าในแนวตั้งตาม


ทำการแบ่งความยาวแต่ละด้านของกริดเป็น 10 ส่วน เพื่อระบุพิกัดให้ละเอียดมากขึ้น  ดังนั้น ความยาว 1 ส่วนบนแผนที่ก็จะแทนความ ยาว 100 m.

 

การอ่านค่าพิกัดของจุดใดๆ จึงจำเป็นต้องอ่านค่าตัวเลข 2 ชุด ทั้งในแนวนอนและแนวตั้งเรียงกัน

 

                                                                                                                 ตัวเลขจะอยู่มุมล่าง-ซ้ายของแผนที่เสมอ

 

การค้นหาตำแหน่งวัตถุแบบ Real-time

Autometic Vehicle Locating System
การพิจารณาลักษณะความสูงต่ำของพื้นผิวภูมิประเทศ
          ลักษณะความสูงต่ำของพื้นผิวภูมิประเทศที่แสดงไว้ในแผนที่ภูมิประเทศนั้น  มีการแสดงในรูปแบบที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิด  ขนาดมาตราส่วน และความมุ่งหมาย ในการใช้แผนที่  ปัจจุบันสามารถผลิตแผนที่แผ่นแบนเรียบให้สามารถมองเห็นความสูงต่ำของภูมิประเทศคล้ายภาพ 3 มิติทำให้สามารถอ่านและเข้าใจลักษณะภูมิประเทศได้ สำหรับแผนที่ภูมิประเทศแบบลายเส้นมีวิธีการแสดงลักษณะความสูงต่ำของภูมิประเทศหลายวิธี  ดังนี้
          1. เส้นชั้นความสูง (Contour Line)
          2. แถบสี (Layer Tinting)
          3. เส้นลายขวานสับ (Hachures)
          4. เงา (Shaded Relief)
          5. เส้นรูปลักษณะ (Form Lines


 

เส้นชั้นความสูง (contour line)
เส้นชั้นความสูง คือ เส้นที่แสดงไว้ในแผนที่ โดยสมมติว่าเป็นเส้นที่ลากผ่านจุดบนพื้นผิวพิภพที่มีระดับความสูงเท่ากันเส้นชั้นความสูงที่มีค่าเป็นบวกเป็นเส้นชั้นความสูง ที่แสดงค่าความสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนเส้นชั้นความสูงที่มีค่าเป็นลบเป็นเส้นชั้นความสูงที่แสดงค่าความสูงใต้ระดับน้ำทะเลปานกลาง
ช่วงห่างเส้นชั้นความสูง (Contour Interval) หมายถึง ระยะตามแนวดิ่งระหว่างเส้นชั้นความสูง ค่านี้จะบอกในรายการนอกขอบระวาง  แผนที่ลายเส้นที่พิมพ์สีจะพิมพ์เส้นชั้นความสูงเป็นสีน้ำตาล

ตัวอย่างเส้นชั้นความสูงในบริเวณพื้นที่ภูเขาโดด

เส้นชั้นความสูงจะถูกแสดงด้วยเส้นสีน้ำตาลบนแผนที่ภูมิประเทศ

กฎเกณฑ์เกี่ยวกับความสูงของเส้นชั้นความสูง
          1. เส้นชั้นความสูงจะเป็นเส้นที่บรรจบตัวเองเสมอ
          2. เส้นชั้นความสูงจะแสดงค่าความสูงเพียงหนึ่งค่าต่อหนึ่งเส้น
          3. เส้นชั้นความสูงที่อยู่ใกล้เคียงกันจะมีค่าความสูงที่ต่อเนื่องกัน
          4. เส้นชั้นความสูงหลักจะถูกแสดงด้วยเส้นหนากว่าเส้นอื่นๆ และมีค่าความสูงเป็นจำนวนเต็มร้อย เช่น 100, 200, 300, 400  เป็นต้น
          5. เส้นชั้นความสูงรองจะถูกแสดงด้วยเส้นบางกว่า และมีค่าความสูงที่อยู่ระหว่างเส้นชั้นความสูงหลัก 2 เส้น

ลักษณะเส้นชั้นความสูงบนแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000  จะมีช่วงห่างเส้นชั้นความสูง 20 m.

 

 

                                           

                                               

                                            ภูเขาโดด                                                        ภูเขา 2 ลูก อยู่ใกล้กัน

 
            
 

แบบจำลองความสูงภูมิประเทศ  (Elevation Model)

ภาพ 3 มิติที่เกิดจากการผสมภาพถ่ายดาวเทียมละข้อมูลชั้นความสูง

 

การวิเคราะห์ภาพสามมิติ

 

 

แบบจำลองความสูงคืออะไร?
          เป็นการจำลองลักษณะภูมิประเทศต่างๆ บนแผนที่ที่สามารถทำให้เห็นภาพพจน์  ทรวดทรง ความสูงของพื้นที่ได้คล้ายกับภูมิประเทศจริงในลักษณะสามมิติที่แสดงถึงความกว้าง ยาว และสูง ของพื้นที่ได้อย่างชัดเจนแบบจำลองความสูงเป็นการนำเอาเส้นชั้นความสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงลักษณะภูมิประเทศและความสูงของพื้นที่ต่างๆในแผนที่มาทำการประกอบกันขึ้นตั้งแต่ความสูงที่น้อยที่สุดจนถึงความสูงมากที่สุดในแผนที่  จนสามารถแสดงความสูงต่ำของพื้นที่ที่แตกต่างกันไปจนเห็นเป็นภาพสามมิติคล้ายกับลักษณะภูมิประเทศจริง

ประโยชน์ของแบบจำลองความสูง
          ในการวางแผนพัฒนาและการจัดการพื้นที่ การทำความเข้าใจถึงลักษณะภูมิประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อทำให้เกิดภาพพจน์สำหรับการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาทั้งในด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การวางผังเมือง การติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่
รวมถึงในปัจจุบันองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นสามารถนำมาใช้ในการกำหนดแผนและจัดทำโครงการต่างๆ ดังเช่น การสร้างถนน เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฯลฯ เพื่อสนองความต้องการของชุมชนได้ตรงตามเป้าหมายดังนั้นแบบจำลองความสูงภูมิประเทศจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เกิดความเข้าใจถึงลักษณะของพื้นที่ได้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง ซึ่งทำให้นักลงทุนหรือนักวางแผนสามารถ กำหนดทิศทางการวางแผนได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น

วัสดุที่ใช้ในการจัดทำ

โฟมอัดหนา 0.2 cm.                                               

ไม้อัด                                                                   

กระดาษลอกลาย                                                     

 กาวลาเท็กซ์                                                       

 สีโปสเตอร์                                                         

ตะปูเข็มหมุด                                                

เครื่องมือตัดโฟม                                            

กระดาษกาว

 

 ปากกาหมึกแห้งต่างสี

 กระดาษสา

 มีดตัด

 ไม้บรรทัด

 กรรไกร

 ไหมพรมต่างสี

 ฝอยล้างจาน

วิธีการสร้างแบบจำลอง

ขั้นตอนเริ่มแรก

กำหนดพื้นที่ในการสร้างแบบจำลอง
กำหนดมาตราส่วน

หากต้องการสร้างแบบจำลองให้มีมาตราส่วนที่ใหญ่ขึ้นจากแผนที่ภูมิประเทศ 1:50,000 ก็สามารถขยายมาตราส่วนแผนที่ได้ตัวอย่างเช่น ต้อง       การขยายเป็น 2 เท่า คือ มาตราส่วน 1:25,000 / ต้องการขยาย 5 เท่า คือ มาตราส่วน 1:10,000 เป็นต้น

ในพื้นที่ที่มีความสูงไม่มากนักสามารถใช้มาตราส่วนในแนวตั้งที่แตกต่างจากแนวราบได้เพื่อทำการขยายความสูงของพื้นที่ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น        ตัวอย่าง เช่น ใช้มาตราส่วน 1:25,000 ในแนวราบ  และมาตราส่วน 1:10,000 ในแนวตั้งเพื่อแสดงให้เห็นความแตกต่างของลักษณะ       ภูมิประเทศที่เด่นชัดขึ้น

คำนวณหาความหนาของวัสดุในแต่ละชั้นความสูงตามมาตราส่วน ตัวอย่างเช่น มาตราส่วน 1:50,000  คือ   ระยะทาง  50,000 cm. ในพื้นที่จริงจะเท่ากับ   1 cm.       บนแผนที่ หรือ   500   m.  ในพื้นที่จริงจะเท่ากับ  1 cm. บนแผนที่ ระยะทาง   20   m.  ในพื้นที่จริงจะเท่ากับ  0.04 cm. บนแผนที่ ระยะทาง   100   m.    ใน       พื้นที่จริงจะเท่ากับ  0.2 cm. บนแผนที่

      ดังนั้น   แผนที่มาตราส่วน  1:50,000 ที่มีความห่างเส้นชั้นความสูง 100 m.  จะต้องใช้วัสดุหนา 0.2 cm. แสดงความสูงแต่ละชั้น

ค้นหาเส้นชั้นความสูงที่ต่ำที่สุด และสูงที่สุดในแผนที่ภูมิประเทศบริเวณที่จะทำแบบจำลองเพื่อสามารถกำหนดชั้นความสูงได้ว่าจะต้องทำการใช้วัสดุในจำนวน     
      เท่าไหร่ตัวอย่างเช่น แผนที่มีความสูงน้อยที่สุด 40          เมตร และมีความสูงมากที่สุด 840 เมตร แบบจำลองใช้ช่วงห่างเส้นชั้นความสูง 20 เมตรดังนั้นจึงเป็น       จำนวนชั้นความสูงทั้งหมด 40 ชั้น

ขั้นตอนการสร้างชั้นความสูง

 กำหนดขอบเขตของแบบจำลองให้ตรงกับแผนที่ภูมิประเทศทำการตัดโฟมซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำความสูงแต่ละชั้นให้ตรงกับขอบเขตของแบบจำลองและเท่ากันทุก       ชั้นความสูง
นำกระดาษลอกลายมาติดกับแผนที่ภูมิประเทศ โดยให้ด้านคาร์บอนนั้นทับบนชั้นโฟม แล้วใช้ปากกาหมึกลอกลายเส้นชั้นความสูงแต่ละชั้น
 เริ่มทำการลากขอบเขตของเส้นชั้นความสูงที่ต่ำที่สุดในแผนที่ก่อนอันดับแรกและพร้อมกับลากเส้นชั้นความสูงที่สูงขึ้นมาหนึ่งเส้นด้วยเส้นประ  เช่น ที่ชั้นความสูง
      400 เมตร ต้องลากเส้นชั้นความสูง 400 เมตร ให้เป็นเส้นเข้ม ส่วนเส้น 600 เมตร ให้เป็นเส้นประ

 

ใช้เครื่องมือตัดโฟมหรือเลื่อยฉลุ ตัดโฟมในชั้นความสูงที่ลอกลายออกมาซึ่งหนา 0.2 cm.
นำชั้นความสูงที่ได้มาทากาว ผึ่งไว้พอหมาด จึงนำไปผนึกเรียงลำดับความสูงจากน้อยและสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
นำชั้นความสูงที่ประกอบกันมาวางไว้บนไม้อัดที่ใช้ทำฐานของแบบจำลองใช้กาวยึดฐานให้แน่น

ขั้นตอนตกแต่ง

ใช้กระดาษสาที่ฉีกเป็นส่วนๆ ทากาวแล้วนำมาติดทับบนตัวแบบจำลองเพื่อทำการลบเหลี่ยมของชั้นความสูงต่างๆ ให้ดูเรียบซึ่งจะให้ กระดาษสาติดทับประมาณ 3       ชั้นก็ดูสวยงาม
ใช้สีโปสเตอร์สีขาวทาแบบจำลองทั้งหมด
ถ้าต้องการต้นไม้แสดงพื้นที่ป่า สามารถใช้ฝอยล้างชามนำมาขยี้เป็นก้อนแล้วติดลงไปพื้นที่บริเวณที่เป็นภูเขาสูงก็สามารถจำลองต้นไม้ขึ้นมาได้
ใช้ไหมพรม แสดงการจำลองเส้นทางคมนาคม แม่น้ำ
ใช้เข็มหมุดติดป้ายชื่อหมู่บ้าน สถานที่สำคัญ แสดงตำแหน่งหมู่บ้านหรือสถานที่สำคัญบนแบบจำลอง

ประมวลภาพกิจกรรม    ฝึกอบรม “สร้างแบบจำลองพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี-บางประกง”

ความรู้เบื้องต้นของการใช้แผนที่


                             การอ่านแผนที่                                      เครื่องมือ (GPS/ดาวเทียม)                              ภาคสนาม (ทับลาน)

 

     

             

     

               

     

 

การทำแผนที่แบบจำลองความสูง


                             วิธีการ                                                            หลักการ                                                          ตัวอย่าง

 

     

               

     

              

     

 

แบบจำลองพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี-บางประกง”