การสร้างโมเดลหรือแบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศ
การสร้างโมเดลหรือแบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศคือแบบจำลองความสูง-ต่ำของพื้นที่โดยจำลองเส้นชั้นความสูงจากแผนภูมิประเทศลงบนแผ่นกระดาษแข็งแล้วนำไปประกอบเป็นแบบจำลองพื้นที่สภาพภูมิประเทศนอกเหนือจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมแล้วภาพถ่ายทางอากาศแล้ว แบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่มีบทบาทในการสร้างความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับลักษณะสภาพภูมิประเทศของพื้นที่ศึกษาได้อย่างชัดเจน โดยที่แบบจำลองจะมีลักษณะเป็นสามมิติ สามารถมองเห็นได้ทั้งความกว้าง ยาว สูง และต่ำ ของพื้นที่ และสามารถปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้ เช่น ท่าน้ำ ถนน เป็นต้น ข้อดีอีกข้อหนึ่งของแบบจำลองคือ เป็นการช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันของในพื้นที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับรู้สภาพภูมิประเทศในพื้นที่ศึกษาซึ่งสามารถนำไป สู่กระบวนการวิเคราะห์พื้นที่และตัวแบบจำลองเองนั้นยังเป็นเสมือนตัวแทนของแบบภาพรวมลุ่มน้ำได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อควรคำนึงของการสร้างแบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศ คือ ต้องตรวจสอบความถูกต้องจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากแผนภูมิประเทศ คือ ต้องตรวจสอบความถูกต้อง จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากแผนที่ภูมิประเทศ 1 : 50,000 เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม , ภาพถ่ายทางอากาศ , การเดินสำรวจ และข้อมูลทางราชการ นอกจากนั้นยังต้องการผู้สร้างแบบจำลองจำนวนมากและใช้เวลาในการสร้างนาน เนื่องจากเป็นงานที่ต้องการใช้ทั้งความรู้และแรงงาน
การสร้างโมเดล เป็นอีกชุดหนึ่งในการพัฒนาระบบข้อมูล ของขบวนการประชาชนโดยเฉพาะข้อมูลด้านภูมิศาสตร์การใช้ทรัพยากร การลด การเพิ่ม หรือการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญใดๆ ในผืนป่า ในผืนดิน ในรูปทรงทางธรรมชาติ ซึ่งชุมชนหรือขบวนการประชาชนสามารถนำมาสื่อสารให้เกิดความเข้าใจต่อสังคม
สรุปข้อดีของการทำแบบจำลอง
เกิดความรู้ความเข้าใจในการสร้างแบบจำลองลักษณะสภาพภูมิประเทศเกิดความรู้ความเข้าใจในภาพรวมของภูมิประเทศของพื้นที่ และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการสร้างแบบจำลองไว้ใช้วิเคราะห์ปัญหาพื้นที่ร่วมกัน
|
 |
  |
| |
| ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแผนที่ |
แผนที่คืออะไร?
แผนที่ คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อแสดงลักษณะของพื้นผิวพิภพ และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวพิภพ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยการจำลองสิ่งเหล่านั้น ไว้บนแผ่นวัสดุที่เลือกสรรแล้วด้วยการย่อให้มีขนาดเล็กลงตามอัตราส่วนที่พึงประสงค์ให้คงรักษา
รูปร่างลักษณะที่คล้ายของจริงไว้โดยการใช้สัญลักษณ์ทดแทน |
ชนิดของแผนที่
แบ่งตามลักษณะของรายละเอียดที่ปรากฏให้เห็นบนแผ่นแผนที่
แบ่งตามขนาดมาตราส่วน
แบ่งตามลักษณะการใช้งาน
แบ่งตามมาตรฐานของสมาคมแผนที่ระหว่างประเทศ
ชนิดของแผนที่แบ่งตามขนาดมาตราส่วน
ก.แบ่งตามมาตราส่วนสำหรับนักภูมิศาสตร์
แผนที่มาตราส่วนเล็ก
มีขนาดมาตราส่วนเล็กกว่า 1:1,000,000
แผนที่มาตราส่วนปานกลาง
มีมาตราส่วนตั้งแต่ 1:250,000 ถึง 1:1,000,000
แผนที่มาตราส่วนใหญ่
มีมาตราส่วนใหญ่กว่า 1:250,000
ข. แบ่งตามมาตราส่วนสำหรับนักการทหาร
แผนที่มาตราส่วนเล็ก
มีมาตราส่วนตั้งแต่ 1:600,000 ลงไป
แผนที่มาตราส่วนกลาง
มีมาตราส่วนใหญ่กว่า 1:600,000 แต่เล็กกว่า 1:75,000
แผนที่มาตราส่วนใหญ่
มีมาตราส่วนตั้งแต่ 1:75,000 ขึ้นไป (แผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000 ) |
|
องค์ประกอบของแผนที่ภูมิประเทศ
1. มาตราส่วนแผนที่ (Map Scale)
เป็นข้อมูลที่ผู้ผลิตแผนที่แสดงไว้บนแผนที่ เพื่อให้ผู้ใช้แผนที่ได้ทราบว่าแผนที่ชุดนั้นได้ทำการย่อขนาดมาจากภูมิประเทศจริงในอัตราส่วนเท่าใด ตัวอย่างเช่น 1: 50,000 คือ 1 cm. ในแผนที่จะเท่ากับ 50,000 cm. หรือ 500 m. ในระยะทางจริง |
|
|
2. คำอธิบายสัญลักษณ์ (Legend)
ประกอบด้วยตัวอย่างของสัญลักษณ์ที่ใช้ทดแทน รายละเอียดที่แสดงไว้บนแผนที่ พร้อมด้วยคำอธิบายความ หมายของสัญลักษณ์นั้นๆ |
|
|
3. ทิศเหนือ (North arrow)
เป็นภาพที่แสดงให้ทราบถึงแนวทิศเหนือของแผนที่ ซึ่งจะชี้ขึ้นไปในด้านบนของแผนที่เสมอ |
|
|
4. ชื่อระวาง (Sheet name)
เป็นชื่อของแผนที่แผ่นหรือระวางนั้น ซึ่งปกติจะนำรายละเอียดที่สำคัญและเด่นที่สุดในแผนที่ระวางนั้นมาตั้งเป็นชื่อระวาง โดยอาจจะเป็นชื่อแหล่งชุมชนที่ใหญ่ที่สุด หรืออาจจะ เป็นภูเขา ห้วย หนอง คลองบึง ฯลฯ |
|
|
5. เลขหมายระวาง (Sheet number)
แผนที่แต่ละระวางจะมีเลขหมายซึ่งกำหนดขึ้นตาม ระบบที่วางระเบียบไว้โดยแน่นอน เพื่อความสะดวกในการอ้างอิงหรือการค้นหาแผนที่ในระวางที่ต้องการ |
|
|
|
|
6. สารบาญต่างๆ (Indexes)
ก) สารบาญระวางติดต่อ
ทำให้ทราบว่ามีแผนที่ระวางเท่าใดที่อยู่โดยรอบ |
|
 |
|
ข) สารบาญแสดงเขตการปกครอง
ทำให้ทราบว่าแผนที่แผ่นนั้นๆ อยู่ในเขตการปกครองของประเทศ จังหวัดหรืออำเภอใด |
|
|
|
ค) คำแนะนำเกี่ยวกับความสูง
เป็นภาพที่แสดงให้ทราบถึงระดับความสูงในภาพรวม ของพื้นที่ต่างๆ ภายในแผนที่ระวางนั้นๆ |
|
|
ระบบพิกัดบนแผนที่
ระบบอ้างอิงในการกำหนดตำแหน่ง (Position Reference Systems)
ก) พิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinates)
ข) พิกัดกริด (Grid Coordinates)
|
|
ก) พิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinates)
เป็นระบบอ้างอิงบนพื้นผิวพิภพโดยตำแหน่งของจุดใดๆ บนพื้นผิวพิภพสามารถกำหนดได้ด้วยค่าละติจูด (Latitude) หรือเส้นแวง และลองจิจูด (Longitude) หรือเส้นรุ้ง ซึ่งทั้งสองค่านี้มีหน่วยเป็นมุม กำหนดเป็น องศา (?) ลิปดา (') และฟิลิปดา (") |
ข) พิกัดกริด (Grid Coordinate)
เป็นระบบพิกัดตารางสี่เหลี่ยมประกอบด้วยเส้นตรง 2 ชุด คือ เส้นตรงแนวนอน (แกน X) และแนวตั้ง (แกน Y) ซึ่งจะตัดกัน เป็นสี่เหลี่ยมมุมฉากเรียกว่า เส้นกริดแต่ละเส้นจะมีตัวเลขแสดงค่าพิกัดกริดกำ กับอยู่ ซึ่งจะเริ่มนับจากจุดศูนย์กำเนิด ระบบพิกัด กริดที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ พิกัดกริด UTM ที่ประเทศไทยก็ใช้ระบบพิกัดนี้เช่นกันการระบุค่าพิกัดจะ ระบุได้ด้วยตัวเลข 2 ชุด คือ แกน X แทนค่าตามทิศตะวันออก- ตก แกน Y แทนค่าตามทิศเหนือ-ใต้
 |
|
วิธีการกำหนดตำแหน่งในแผนที่
ในแผนที่ภูมิประเทศที่มีมาตราส่วน 1 : 50,000 จะมีตารางกริดลากผ่านพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งแผนที่ ซึ่งใน 1 กริด จะมีความยาวบนแผนที่ด้านละ 2 cm. แทนความยาวจาก พื้นที่ 1 km. หรือ 1 กริดจะแทนพื้นที่ 1 ตร.กม. นั่นเอง |
 |
|
การอ่านค่าพิกัดต้องทำการเริ่มอ่านค่าจากเส้นกริดในแนวนอนแล้วจึงค่อยทำการอ่านค่าในแนวตั้งตาม
ทำการแบ่งความยาวแต่ละด้านของกริดเป็น 10 ส่วน เพื่อระบุพิกัดให้ละเอียดมากขึ้น ดังนั้น ความยาว 1 ส่วนบนแผนที่ก็จะแทนความ ยาว 100 m.
|
การอ่านค่าพิกัดของจุดใดๆ จึงจำเป็นต้องอ่านค่าตัวเลข 2 ชุด ทั้งในแนวนอนและแนวตั้งเรียงกัน
ตัวเลขจะอยู่มุมล่าง-ซ้ายของแผนที่เสมอ |
|
การค้นหาตำแหน่งวัตถุแบบ Real-time
Autometic Vehicle Locating System
การพิจารณาลักษณะความสูงต่ำของพื้นผิวภูมิประเทศ
ลักษณะความสูงต่ำของพื้นผิวภูมิประเทศที่แสดงไว้ในแผนที่ภูมิประเทศนั้น มีการแสดงในรูปแบบที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดมาตราส่วน และความมุ่งหมาย ในการใช้แผนที่ ปัจจุบันสามารถผลิตแผนที่แผ่นแบนเรียบให้สามารถมองเห็นความสูงต่ำของภูมิประเทศคล้ายภาพ 3 มิติทำให้สามารถอ่านและเข้าใจลักษณะภูมิประเทศได้ สำหรับแผนที่ภูมิประเทศแบบลายเส้นมีวิธีการแสดงลักษณะความสูงต่ำของภูมิประเทศหลายวิธี ดังนี้
1. เส้นชั้นความสูง (Contour Line)
2. แถบสี (Layer Tinting)
3. เส้นลายขวานสับ (Hachures)
4. เงา (Shaded Relief)
5. เส้นรูปลักษณะ (Form Lines |

|
|
เส้นชั้นความสูง (contour line)
เส้นชั้นความสูง คือ เส้นที่แสดงไว้ในแผนที่ โดยสมมติว่าเป็นเส้นที่ลากผ่านจุดบนพื้นผิวพิภพที่มีระดับความสูงเท่ากันเส้นชั้นความสูงที่มีค่าเป็นบวกเป็นเส้นชั้นความสูง ที่แสดงค่าความสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนเส้นชั้นความสูงที่มีค่าเป็นลบเป็นเส้นชั้นความสูงที่แสดงค่าความสูงใต้ระดับน้ำทะเลปานกลาง
ช่วงห่างเส้นชั้นความสูง (Contour Interval) หมายถึง ระยะตามแนวดิ่งระหว่างเส้นชั้นความสูง ค่านี้จะบอกในรายการนอกขอบระวาง แผนที่ลายเส้นที่พิมพ์สีจะพิมพ์เส้นชั้นความสูงเป็นสีน้ำตาล
ตัวอย่างเส้นชั้นความสูงในบริเวณพื้นที่ภูเขาโดด
เส้นชั้นความสูงจะถูกแสดงด้วยเส้นสีน้ำตาลบนแผนที่ภูมิประเทศ
กฎเกณฑ์เกี่ยวกับความสูงของเส้นชั้นความสูง
1. เส้นชั้นความสูงจะเป็นเส้นที่บรรจบตัวเองเสมอ
2. เส้นชั้นความสูงจะแสดงค่าความสูงเพียงหนึ่งค่าต่อหนึ่งเส้น
3. เส้นชั้นความสูงที่อยู่ใกล้เคียงกันจะมีค่าความสูงที่ต่อเนื่องกัน
4. เส้นชั้นความสูงหลักจะถูกแสดงด้วยเส้นหนากว่าเส้นอื่นๆ และมีค่าความสูงเป็นจำนวนเต็มร้อย เช่น 100, 200, 300, 400 เป็นต้น
5. เส้นชั้นความสูงรองจะถูกแสดงด้วยเส้นบางกว่า และมีค่าความสูงที่อยู่ระหว่างเส้นชั้นความสูงหลัก 2 เส้น |
ลักษณะเส้นชั้นความสูงบนแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000 จะมีช่วงห่างเส้นชั้นความสูง 20 m.
ภูเขาโดด ภูเขา 2 ลูก อยู่ใกล้กัน |
|
|
|
แบบจำลองความสูงภูมิประเทศ (Elevation Model)
ภาพ 3 มิติที่เกิดจากการผสมภาพถ่ายดาวเทียมละข้อมูลชั้นความสูง
การวิเคราะห์ภาพสามมิติ
|
|
แบบจำลองความสูงคืออะไร?
เป็นการจำลองลักษณะภูมิประเทศต่างๆ บนแผนที่ที่สามารถทำให้เห็นภาพพจน์ ทรวดทรง ความสูงของพื้นที่ได้คล้ายกับภูมิประเทศจริงในลักษณะสามมิติที่แสดงถึงความกว้าง ยาว และสูง ของพื้นที่ได้อย่างชัดเจนแบบจำลองความสูงเป็นการนำเอาเส้นชั้นความสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงลักษณะภูมิประเทศและความสูงของพื้นที่ต่างๆในแผนที่มาทำการประกอบกันขึ้นตั้งแต่ความสูงที่น้อยที่สุดจนถึงความสูงมากที่สุดในแผนที่ จนสามารถแสดงความสูงต่ำของพื้นที่ที่แตกต่างกันไปจนเห็นเป็นภาพสามมิติคล้ายกับลักษณะภูมิประเทศจริง |
ประโยชน์ของแบบจำลองความสูง
ในการวางแผนพัฒนาและการจัดการพื้นที่ การทำความเข้าใจถึงลักษณะภูมิประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อทำให้เกิดภาพพจน์สำหรับการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาทั้งในด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การวางผังเมือง การติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่
รวมถึงในปัจจุบันองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นสามารถนำมาใช้ในการกำหนดแผนและจัดทำโครงการต่างๆ ดังเช่น การสร้างถนน เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฯลฯ เพื่อสนองความต้องการของชุมชนได้ตรงตามเป้าหมายดังนั้นแบบจำลองความสูงภูมิประเทศจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เกิดความเข้าใจถึงลักษณะของพื้นที่ได้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง ซึ่งทำให้นักลงทุนหรือนักวางแผนสามารถ กำหนดทิศทางการวางแผนได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น |
วัสดุที่ใช้ในการจัดทำ
โฟมอัดหนา 0.2 cm.
ไม้อัด
กระดาษลอกลาย
กาวลาเท็กซ์
สีโปสเตอร์
ตะปูเข็มหมุด
เครื่องมือตัดโฟม
กระดาษกาว
|
ปากกาหมึกแห้งต่างสี
กระดาษสา
มีดตัด
ไม้บรรทัด
กรรไกร
ไหมพรมต่างสี
ฝอยล้างจาน
|
|
วิธีการสร้างแบบจำลอง
ขั้นตอนเริ่มแรก
กำหนดพื้นที่ในการสร้างแบบจำลอง
กำหนดมาตราส่วน
หากต้องการสร้างแบบจำลองให้มีมาตราส่วนที่ใหญ่ขึ้นจากแผนที่ภูมิประเทศ 1:50,000 ก็สามารถขยายมาตราส่วนแผนที่ได้ตัวอย่างเช่น ต้อง การขยายเป็น 2 เท่า คือ มาตราส่วน 1:25,000 / ต้องการขยาย 5 เท่า คือ มาตราส่วน 1:10,000 เป็นต้น
ในพื้นที่ที่มีความสูงไม่มากนักสามารถใช้มาตราส่วนในแนวตั้งที่แตกต่างจากแนวราบได้เพื่อทำการขยายความสูงของพื้นที่ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตัวอย่าง เช่น ใช้มาตราส่วน 1:25,000 ในแนวราบ และมาตราส่วน 1:10,000 ในแนวตั้งเพื่อแสดงให้เห็นความแตกต่างของลักษณะ ภูมิประเทศที่เด่นชัดขึ้น
คำนวณหาความหนาของวัสดุในแต่ละชั้นความสูงตามมาตราส่วน ตัวอย่างเช่น มาตราส่วน 1:50,000 คือ ระยะทาง 50,000 cm. ในพื้นที่จริงจะเท่ากับ 1 cm. บนแผนที่ หรือ 500 m. ในพื้นที่จริงจะเท่ากับ 1 cm. บนแผนที่ ระยะทาง 20 m. ในพื้นที่จริงจะเท่ากับ 0.04 cm. บนแผนที่ ระยะทาง 100 m. ใน พื้นที่จริงจะเท่ากับ 0.2 cm. บนแผนที่
ดังนั้น แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ที่มีความห่างเส้นชั้นความสูง 100 m. จะต้องใช้วัสดุหนา 0.2 cm. แสดงความสูงแต่ละชั้น
ค้นหาเส้นชั้นความสูงที่ต่ำที่สุด และสูงที่สุดในแผนที่ภูมิประเทศบริเวณที่จะทำแบบจำลองเพื่อสามารถกำหนดชั้นความสูงได้ว่าจะต้องทำการใช้วัสดุในจำนวน
เท่าไหร่ตัวอย่างเช่น แผนที่มีความสูงน้อยที่สุด 40 เมตร และมีความสูงมากที่สุด 840 เมตร แบบจำลองใช้ช่วงห่างเส้นชั้นความสูง 20 เมตรดังนั้นจึงเป็น จำนวนชั้นความสูงทั้งหมด 40 ชั้น
|
ประมวลภาพกิจกรรม ฝึกอบรม สร้างแบบจำลองพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี-บางประกง
ความรู้เบื้องต้นของการใช้แผนที่
|
|
|
|
|
|
| |
|
|